Showing posts with label ภาคเหนือ. Show all posts
Showing posts with label ภาคเหนือ. Show all posts

April 13, 2012

รื่นเริงวันสงกรานต์

ก่อนสาดน้ำ ทำใจ ให้ผ่องแผ้ว
พอสาดแล้ว ทำหน้า ให้ผ่องใส
สรงน้ำพระ ประพรม บ่มหัวใจ
ให้ทั่วไทย ทุกทิศ เป็นมิตรกัน

ให้เรื่องร้าย สิ้นสุด หยุดไว้ก่อน
เลิกรุ่มร้อน หยุดระราน สมานฉันท์
พ่อหลวงเดียว เหนี่ยวหัวใจ ไทยสัมพันธ์
ต่างสร้างสรรค์ วันปีใหม่ ให้ร่มเย็น

ขอบคุณกลอนอวยพรจาก Siam555


วันสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ของไทย ในวันที่ 13 เดือนเมษายน ของทุกปี ถือเป็นประเพณีไทย ที่คนไทยส่วนใหญ่จะกลับภูมิลำเนาของตัวเอง เพื่อได้ร่วมกับผู้ใหญ่ในครอบครัว ทำกิจกรรมด้วยกัน ตอนเช้าไปวัดทำบุญตักบาตร ตอนบ่ายสงน้ำพระ และเย็นก็กลับมาอาบน้ำให้พ่อแม่ ปู่ย่า ตายายที่บ้านกัน ซึ่งคนไทยทั่วทุกภาพของประเทศไทยจะทำสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน





February 18, 2010

เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร - Kampangpeth Historical Park (2)

        
อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดกำแพงเพชร ได้รับการประกาศเป็น “มรดกโลก” ร่วมกับอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยและอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ภายใต้ชื่อว่า “เมืองประวัติศาสตร์สุโขทัยและเมืองบริวาร” (Historic Town of Sukhothai and Associated Historic Towns) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534
      
 




เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร (3)






December 14, 2009

มหกรรมงานไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ (ต่อ)

มาดูกันต่อ ว่ายังมีอะไรที่สวยๆงามกันอีกมากมาย










คนไทยนี่เก่งมากนะค่ะ มีทั้งความคิดสร้างสรรค์และฝีมือ ในการออกแบบตกแต่งประดับดอกไม้ ออกมาได้งามไม่แพ้ชนชาติอื่นเลยจริงๆค่ะ สิ่งเหล่านี้ที่พวกเค้าได้ตั้งใจทำกัน ควรได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชนเป็นอย่างมากนะคะ พวกเราคนไทยด้วยกัน ก็น่าจะภูมิใจนะคะ ในความคิดและความสามารถของพวกเค้า อยากให้บ้านเมืองเราปัจจุบันนี้ มีความสดใส ความสดชื่น มีความรักใครปองดองและมีแต่รอยยิ้ม เหมือนเวลาที่เรามองดูเหล่าขบวนบุปผชาติ ที่ประดับได้สวยงามตระการตาพวกนี้นะค่ะ

มหกรรมงานไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่

งานมหกรรมไม้ดอก ไม้ประดับ ของจังหวัดเชียงใหม่ จะจัดขึ้นเป็นประจำของทุกปี ทุกๆปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ พากันไปเที่ยวทางเหนือ เพื่อชมงานมหกรรมไม้ดอกฯ ที่ทางจังหวัดเชียงใหม่จัดขึ้น


จะมีไม้ดอกหลากหลายมากมาย ที่นำมาจัดและตกแต่งขบวนพาเรด มองดูสวยงาม เป็นที่ตื่นตา ตื่นใจของผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ท่านจะได้พบเห็นไม้ดอก-ไม้ประดับ นานาชนิดมากมายนับร้อย นับพัน ถูกนำมาประดับและตกแต่งเป็นขบวนพาเรด ตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละกลุ่มหรือหมู่บ้านนั้นๆ เป็นการดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว และผู้ที่ได้มาในวันนั้นเป็นอย่างมาก








ผลไม้แกะสลัก ก็นำมาตกแต่งด้านข้าง ให้เกิดความสวยงาม
ดอกไม้ ไม่ว่าจะดอกเล็ก ดอกใหญ่ ก็สามารถนำมาประดิษฐ์ประดอย จัดแต่งเข้าด้วยกันให้เกิดความงามได้เช่นกัน เป็นความคิดที่สร้างสรรค์และน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง


ภาพถ่ายที่เห็นทั้งหมดนี้ จริงๆแล้วถ่ายเมื่อปีที่แล้ว คือครั้งที่ 32 (2551) นะคะ แล้วไม่ได้ไปถ่ายด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่ได้กลับไทย แต่พี่สาวเป็นคนถ่ายส่งมาให้ แล้วเก็บไว้จนลืม มานึกขึ้นได้ก็ตอนเค้าจะจัดใหม่ ครั้ง 34 (2553) อีกแล้วค่ะ อิอิอิ

ต้องขอบคุณพี่สาวที่ส่งภาพถ่ายสวยเหล่านี้มาให้ชม


March 28, 2009

เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร - Kampangpeth Historical Park

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ทางเข้าตั้งอยู่นอกเมืองกำแพงเพชร ไปประมาณ 5 กิโลเมตร ตามถนนสายกำแพงเพชร-พรานกระต่าย แล้วเลี้ยวซ้ายตรงกิโลเมตรที่ 360 อุทยานประวัติศาตร์กำแพงเพชร แบ่งออกเป็นโบราณสถานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ซึ่งใช้วัสดุก่อสร้างที่แตกต่างกัน ด้านตะวันออกของแม่น้ำปิงเป็นที่ตั้งเมืองกำแพงเพชร โบราณสถานจะสร้างด้วยศิลาแลงและมีขนาดใหญ่

ส่วนโบราณสถานฝั่งตะวันตกคือเมืองนครชุม ก่อสร้างด้วยอิฐและมีขนาดเล็กแต่รูปแบบศิลปะที่ปรากฏมีลักษณะร่วมสมัยระหว่างสุโขทัยและอยุธยานอกจากนี้ยังมีโบราณสถานนอกเมืองกำแพงเพชร หรือ เขตอรัญญิก ซึ่งเป็นที่อยู่ของสงฆ์ที่มุ่งในการปฎิบัติวิปัสสนาธรรม อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ระยะทาง 2 กิโลเมตร




เที่ยวบ่อน้ำพุร้อน พระร่วง จังหวัดกำแพงเพชร


ออกจากเชียงใหม่ เดินทางกลับลงมาทางลำปาง สุโขทัย สามีวางแผนว่าจะแวะค้างคืนกันที่กำแพงเพชร 1 คืน แล้วค่อนเดินทางกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น จริงๆแล้วอยากค้าง 2 คืน แต่ลูกๆ บอกเบื่อแล้ว อยากกลับบ้านเร็วๆ จริงแล้วที่เจ้าสองคนนี่เบื่อเป็นเพราะว่าเวลามาเที่ยวแบบนี้ ไม่มีอินเตอร์เนทเล่น เลยเกิดอาการเบื่อง่าย นี่แหละปัญหาลูกวัยรุ่นที่ชอบคอมพิวเตอรมากกว่าสิ่งใด
ก่อนออกมาจากบ้านพี่สาว เธอแนะนำว่าให้แวะเที่ยวบ่อน้ำพุร้อน พระร่วง ก่อนจะถึงตัวจังหวัดกำแพงเพชร เลยแวะดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง พอไปถึง ก็เห็นว่า สถานที่กว้างขวางสะอาด และร่มรื่น แต่วันที่เราไปถึง ร้อนตับแลบ เดินไม่ได้นาน เพราะทนความร้อนไม่ไหว
ประวัติของบ่อน้ำพุร้อน ขอยืมข้อมูลมาจาก กำแพงเพชรดอทคอม ก่อนแล้วกันน่ะค่ะ เพราะตัวเองเริ่มจำไม่ได้แล้วว่าอยู่ตรงไหน ของกำแพงเพชร

December 06, 2008

เที่ยวเชียงใหม่ - ลำพูน

ยังอยู่เชียงใหม่อีกวัน ทีแรกก็ตั้งใจว่าออกไปงานราชพฤกษ์แต่สามีกลัวรถติดอย่างเมื่อวาน เลยตัดโปรแกรมนี้ออกไป ว่าจะไปเที่ยวงานที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เค้ามีงานอีกเหมือนกัน เพราะเพื่อนที่เรียนจบมาด้วยกัน และหลายคนก็มาเรียนกันที่นี่ก็เยอะ โทรคุยกับเพื่อนที่มาในงาน บอกคนเยอะมาก ที่จอดรถก็หายาก เลยตัดโปรแกรมนี้อีก เป็นอันว่าวันนี้ไม่ได้ไปไหน เลยตกลงกันว่างั้นอยู่บ้านพักผ่อน สามีก็เลยมีเวลาเตรียมวางแผนเดินทางต่อตอนขากลับว่าแวะที่ไหนบ้าง

ตอนสายหน่อย พี่สาวชวนไปเดินดูของที่ตลาดนัดใกล้บ้าน จากนั้นก็ไปทานข้าวกลางวันกันที่ลำพูน กลับเข้าบ้านตอนบ่ายก็นั่งๆนอนๆเล่นอยู่ในบ้าน เป็นวันหยุดที่หยุดจริงๆ หยุดออกไปที่ไหนๆ เพราะรถติด ฮ่าๆๆๆ

วันนี้เลยไม่มีรูปเที่ยว แต่มีรูปอาหารมาฝากกันแล้วกัน เป้นร้านอาหารที่จังหวัดลำพูน พี่สาวพาไปทาน ชื่อ "ร้านคำฝ้าย" เป็นร้านอยู่ติดถนน ก่อนถึงวัด (วัดอะไรจำไม่ได้อีกแล้ว ขอโทษด้วยค่ะ รู้แต่ว่า ด้านหน้าฝั่งตรงข้ามของร้านเป็นแม่น้ำ) เป็นร้านที่จัดเหมือนบ้านพักอาศัยของคนสมัยโบราณ เป็นเรือนสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโล่ง จัดโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารไม่มาก ชั้นบน เป็นห้องโถงโล่งๆ หน้าต่างทำเป็นบานใหญ่ๆ เปิดแบบลับลมได้สบาย ส่วนผนังบ้าน เป็นฝาไม้ที่เลื่อมล้ำกัน เป้นช่องลอดเล็กเพื่อระบายลม ถ้าเป็นบ้านสำหรับอยู่อาศัยจริงๆ คงเย็นสบายน่าดู แถมใกล้แม่น้ำอีกด้วย

พวกเราขึ้นไปนั่งกันชั้นสอง มองลงมาฝั่งตรงข้าม อยากมีบ้านแบบนี้จังเลย คงเย็นสบายดีเนอะ

โต๊ะเก้าอี้ นั่งติดหน้าต่าง เห็นหน้าต่างแบบนี้ นึกถึงบ้านของเราเองตอนสมัยเด็ก หน้าต่างที่บ้านจะเป็นเหล็กเส้นแบบนี้เหมือนกัน เห็นแล้วคิดถึงบ้านหลังเก่าจัง

เดินขึ้นมาชั้นบน ถ้าเป็นบ้านที่พักอาศัย ตรงนี้ก็จะต้องเรียกว่า ห้องรับแขก นั่นเอง เป็นห้องโถงกว้างขวางดี แล้วจะมีมุมที่เค้าสร้างเป็นห้อง เหมือนห้องนอน แต่ปิดไม่ได้เปิดให้เข้าไปชมได้

โต๊ะชุดนี้ ตั้งอยู่กลางห้อง แต่เราเลือกที่นั่งติดหน้าต่างบานใหญ่นั่นได้บรรยากาศมากกว่า

ชมบ้านจนเพลินตา เพลินใจแล้ว ก็หิวแล้วหล่ะซี สั่งอาหารกันเลยแล้วกันจ้ะ กลับมาที่โต๊ะ พี่สาวจัดการสั่งอาหารมาเรียบร้อยแล้ว โดยจานแรกก็เป็นนี่เลย "ส้มตำไทย" รสไม่จัด เห็นว่าลูกสาวอยากทาน แต่พอเจอยำมะม่วง เปลี่ยนใจไม่ทานส้มตำเลย เพราะยำมะม่วงอร่อยกว่าซะอีก ฮ่าๆๆๆ

แกงจืดเต้าหู้สาหร่าย อาหารจืดสำหรับเด็กๆ มาเป็นหม้อดินเลยน่ะเนี้ย ....

ไก่ทอดน้ำปลา จานนี้อร่อย ไก่ทอดเค้าทอดได้กร๊อบบบบกรอบค่ะ ... ชอบตรงที่เค้าทอดได้แห้งและไม่มีน้ำมันเลย

ปลาสำลีแดดเดียว แล่มาเป้นชิ้นๆ ทานง่ายดีจัง เด็กๆชอบกันมาก มาคู่กันกับยำมะม่วง

จานนี้งัยหล่ะค่ะ "ยำมะม่วง" อร่อยแซ่บใช้ได้เลยค่ะ สั่งกันมาเท่านี้ ทานกัน 5 คน ค่าอาหารไม่ถึง 500 บาท โอ้โห้..ทำไมมันถึงได้ถูกแบบนี้ แถมอร่อยอีกด้วย ร้านนี้อาหารอร่อยใช้ได้ก็จริง แต่รอนานมากกกกก ตอนเราไปทานกัน ไม่มีลูกค้าเลย เพราะเลยเที่ยงไปแล้ว อาหารกว่าจะมาแต่ละอย่างได้ เล่นเอาเราเกือบโมโหหิวกันทั้งหมดเลย


December 05, 2008

เที่ยวเชียงใหม่ - ดอยสะเมิง

หลังจากทานข้าวกลางวันกันเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางกันต่อ ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ ๕ ธค ซึ่งตรงกับ "วันพ่อ" คุณสำราญ เชิญชวนให้พวกเรา ขึ้นไปเที่ยวไร่ส้ม และไร่สตอร์เบอรี่ ของหลานบนดอยสะเมิง ตอนแรกเค้าตั้งใจจะพาพวกเราขึ้นไปนอนกันบนดอย แต่เนื่องจากวันที่พวกเรามาถึงเป็นเวลาเย็นมากแล้ว เกรงว่าจะเหนื่อยที่ต้องขับรถขึ้นเขาและทางลาดชันอีก แถมอากาศหนาวเย็นมาก ประมาณ ๔ องศาเซลเซียส เลยเปลี่ยนแผนไม่ขึ้นไปนอนดีกว่า สรุปว่าจะพาขึ้นไปชมตอนเช้า และกลับลงมาตอนบ่ายๆ โดยจุดนัดหมายของพวกเราคือ "ไร่นภ-ภูผา"

ทางขึ้นดอยสะเมิง เป็นทางลาดชัน คดเคี้ยว หักศอกมีเป็นบางจุด สามีจึงต้องขับขึ้นด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่ค่อยเคยขับขึ้นดอยและทางลาดชันแบบนี้มาก่อน อีกอย่างรถเรามันก็แก่คราวคนขับ เมื่อ ๒-๓ ปีก่อน ขึ้นดอยอินทนนท์ ดอยอ่างขาง และพิชิตโค้ง ๑,๘๖๔ โค้ง ที่แม่ฮ่องสอน แต่มีพี่เขยเป็นคนขับให้พวกเรา ครั้งนี้สามีขับเองเลยตื่นเต้นดี แล้วสามีเราเนี้ยเป็นคนที่ขับรถแล้วต้องมีแผนที่ มี GPS และดูไมล์บอกระยะตลอดเวลา เพื่อนบอกประมาณ 20 กม. แต่พอขับขึ้นมาจริง มันกลายเป็น ๓๔ กม.ไปซะนี่ โดยดูจากป้ายหลัก กม. บอกระยะว่าอีก 3 กม. จะถึงอ.สะเมิง แล้วมองด้านขวามือ จะเห็นป้ายชื่อ "ไร่นภ-ภูผา" และมีป้าย "ไร่ส้ม-สตอร์เบอรี่"

นี่แหละป้ายบอกทางไปไร่ฯ พอเห็นก็ต้องเลี้ยวเลย...ถ้าขับเลยไปก็ต้องไปกลับรถมาอีกทีค่ะ


ขอเรียกว่าเป็น "เรือนรับรอง" ดีกว่า เพราะแขกไปใครมาก็จะขึ้นมาชมข้างบน เค้าจัดเหมือนบ้านพักของคนเก่าคนแก่ สมัยเราเด็กจะมีบ้านเรือนไม้กระดานแบบนี้เหมือนกัน เดินขึ้นก็มีห้องโถงกว้างอยู่กลางบ้าน แล้วมีห้องนอน 1 ห้อง ที่นี่จัดได้ตามแบบสมัยก่อนเลย ต่างกันก็เพียง เค้าจัดเป็นบาร์ขายเครื่องดื่ม เช่นน้ำส้มปั่น, น้ำส้มคั้น, น้ำสตอร์เบอรี่ปั่น (โดยเก็บมาจากไร่คั้นกันสดๆ) แล้วยังมีเครื่องดื่มอื่น เช่น กาแฟสด ชา ไมโล และเบียร์เย็นๆ ไว้บริการด้วยเช่นกัน

ด้านหน้าของไร่สตอร์เบอรี่ เข้ามาเห็นศาลาแบบนี้ ทำให้อยากเข้าไปนั่ง ดูน่าสบายและ ทางไร่ฯ จัดสร้างเพิงที่พักแบบนี้ไว้สำหรับแขกที่เข้ามา พักที่นี่ หรือเข้ามาเก็บส้ม เก็บสตอร์เบอรี่ ได้นั่งพักดื่มน้ำส้มคั้นเย็นๆที่ทางไร่จัดเตรียมไว้ต้อนรับ หรือจะสั่งกาแฟมานั่งดื่มก็ได้ พอนั่งพักหายเหนื่อย แล้วจากนั้นค่อยออกไปเก็บสตอร์เบอรี่ และส้มกันต่อ

ส่วนนี้เป็นห้องพักเป็นหลังๆ โดยสร้างแบบง่ายไสตล์ชาวบ้านหรือชาวเขา เพื่อเป็นจุดสนใจกับแขกที่มาพัก เนื่องจากทางไร่ฯ เพิ่งจัดทำเป็นรีสอร์ทเล็กๆ จึงมีบ้านพักเพียง 3 หลัง แต่ก็มีที่สำหรับกางเต้นท์ได้มากพอที่จะรองรับคนที่จะมาพักและกางเต้นท์นอนได้ถึง 30 เต้นท์เลยทีเดียวค่ะ


ภายในไร่ฯแห่งนี้ ยังมีม้าที่เชื่อง สำหรับให้เด็กๆได้ขี่เล่นกันอีกด้วย เป็นความสนุกและตื่นเต้นของเด็กอีกแบบหนึ่ง โดยเฉพาะเจ้าลูกชาย กลัวจนเกร็ง แล้วม้าเค้าก็แสนรู้มาก ว่าคนที่ขี่เค้าเกร็ง เค้าจะยืนไม่นิ่ง ทำให้เจ้าลูกชายเรายิ่งกลัวเข้าไปอีก เพราะกลัวม้าจะพาวิ่งแล้วตกลงมา

พักดื่มน้ำส้มเย็นๆกันเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มปฏิบัติการออกกำลังกายกันได้แล้ว ออกไปเก็บสตอร์เบอรี่งัยหล่ะค่ะ ไปตอนเช้าๆแบบนี้ สตอร์เบอรี่ยังมีเยอะ เพราะถ้าเป็นวันหยุดหรือช่วงเทศกาลวันหยุดต่อเนื่องแบบนี้ ทางไร่ฯจะไม่ให้คนงานเก็บเลย เพราะว่าช่วงนี้จะมีนักท่องเที่ยวเข้า-ออก เพื่อมาเก็บสตอร์เบอรี่ เก็บส้มกัน
กันทั้งวัน


ใครอยากเก็บสตอร์เบอรี่ ก็เก็บไปตามความต้องการที่จะเก็บ เก็บเสร็จก็นำไปให้เจ้าของเค้าชั่งกิโล แล้วคิดตังส์น่ะค่ะ ไม่ได้เก็บฟรีค่ะ

ใครอยากจะเก็บส้ม ก็ต้องเดินไกลหน่อย เพราะสวนส้มอยู่ด้านหลังของไร่ฯ แต่บางคนมาถึง ติดต่อทางไร่ฯว่าจะเข้าไปเก็บส้ม แล้วก็ขับรถเลยเข้าไป พอเก็บเสร็จก็จะกลับมาจ่ายตังส์ที่ "เรือนรับรอง" เพราะ "คุณไก่" เจ้าของไร่ฯ จะอยู่ที่นี่คอยดูแลแขกที่เข้า-ออก แล้วชั่งกิโลผลไม้และเก็บเงิน

ตอนเราไปส้มออกมากมาย จนเก็บไม่ทัน ร่วงใต้ต้นมากมาย น่าเสียดายจัง ส้มสายน้ำผึ้งที่นี่ มีทั้งรสหวานเจี๊ยบ และหวานอมเปรี้ยว เพื่อนบอกให้ลองเด็ดมาชิมซักลูกหนึ่งก่อน ถ้าชอบแบบไหนก็ค่อยเก็บจากต้นนั้น

สองคนนี่ เก็บไปชิมไป เพลินกันเลยสองพี่น้อง เพราะเพิ่งเคยเก็บส้มกินจากต้นก็ตอนนี้แหละ เลือกที่หวานๆกันใหญ่ ส่วนเราเลือกที่มันหวานอมเปรี้ยว

เก็บส้ม เก็บสตอร์เบอรี่กันเสร็จแล้ว ได้เหงื่อนิดหน่อย เริ่มคอแห้ง พักหายเหนื่อย ก็กาแฟสดแบบนี้มาดื่ม ตอนอากาศกำลังเย็นสบาย ทำให้ร่างกายเราอบอุ่น กระชุ่มกระชวยขึ้นอีกเยอะเลยหล่ะค่ะ

"ไร่นภ-ภูผา" พอได้มาแล้ว มีความประทับใจหลายอย่าง ทั้งบรรยากาศ สภาพอากาศที่เย็นสบาย และความมีน้ำใจไมตรีจากเพื่อนรุ่น 8 และความประทับใจเหล่านี้ จะคงอยู่ในใจของพวกเราไปตลอด และถ้าพวกเรามีโอกาสกลับไปที่เชียงใหม่อีก คงได้ขึ้นไปเที่ยวที่ไร่ฯนี้อีกแน่นอนค่ะ

ก่อนจะกลับ เพื่อนรุ่น 8 อีกคน คือ "คุณอ้อมใจ" มากลับครอบครัว เลยได้มีโอกาศเจอกันทั้งครอบครัว หลังจากที่พวกเราไม่ได้เจอกันมาเลยหลังจากเรียนแล้ว

ขอบคุณ คุณไก่ เจ้าของและผู้ดูแล ไร่นภ-ภูผา, คุณสำราญ และครอบครัว ที่ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี พาพวกเราได้ไปเที่ยวชมไร่ฯ ได้ดื่มกาแฟสด น้ำส้มคั้นสดๆ แถมยังมีส้มกับสตอร์เบอรี่หอบหิ้วกลับบ้านอีกด้วยน่ะค่ะ ...ขอบคุณจากใจจริงค่ะ