รูปภาพทั้งหมดในblog แห่งนี้ขอสงวนลิขสิทธิ์ไว้ตามกฏหมาย ห้ามมิให้ผู้ใดนำไปเพื่อตีพิมพ์ หรือกระทำการใดๆเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ถ้าหากท่านต้องการนำรูปภาพจากเวปแห่งนี้ เพื่อไปเผยแพร่ต่อสาธารณะชนหรือทำกิจกรรมใดๆ กรุณาอ้างอิงแหล่งที่มาของภาพ หรือให้เครดิตเจ้าของภาพด้วยนะคะ
January 28, 2010
เที่ยวสวนสัตว์เขาเขียว จ. ชลบุรี
December 14, 2009
มหกรรมงานไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่ (ต่อ)
มหกรรมงานไม้ดอกไม้ประดับ จังหวัดเชียงใหม่
จะมีไม้ดอกหลากหลายมากมาย ที่นำมาจัดและตกแต่งขบวนพาเรด มองดูสวยงาม เป็นที่ตื่นตา ตื่นใจของผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ท่านจะได้พบเห็นไม้ดอก-ไม้ประดับ นานาชนิดมากมายนับร้อย นับพัน ถูกนำมาประดับและตกแต่งเป็นขบวนพาเรด ตามความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละกลุ่มหรือหมู่บ้านนั้นๆ เป็นการดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว และผู้ที่ได้มาในวันนั้นเป็นอย่างมาก
ผลไม้แกะสลัก ก็นำมาตกแต่งด้านข้าง ให้เกิดความสวยงาม
ดอกไม้ ไม่ว่าจะดอกเล็ก ดอกใหญ่ ก็สามารถนำมาประดิษฐ์ประดอย จัดแต่งเข้าด้วยกันให้เกิดความงามได้เช่นกัน เป็นความคิดที่สร้างสรรค์และน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง
ภาพถ่ายที่เห็นทั้งหมดนี้ จริงๆแล้วถ่ายเมื่อปีที่แล้ว คือครั้งที่ 32 (2551) นะคะ แล้วไม่ได้ไปถ่ายด้วยตัวเอง เนื่องจากไม่ได้กลับไทย แต่พี่สาวเป็นคนถ่ายส่งมาให้ แล้วเก็บไว้จนลืม มานึกขึ้นได้ก็ตอนเค้าจะจัดใหม่ ครั้ง 34 (2553) อีกแล้วค่ะ อิอิอิ
ต้องขอบคุณพี่สาวที่ส่งภาพถ่ายสวยเหล่านี้มาให้ชม
November 11, 2009
กราบนมัสการ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า
แวะไหว้พระพรหมที่ใหญ่ที่สุด จังหวัดสิงห์บุรี
ระหว่างทางกลับไปชัยนาท เดินทางโดยใช้ถนนสายเอเซีย จากกรุงเทพฯ จะต้องผ่าน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ระยะทางประมาณ 180 กม ขับเลยมาจากวัดอัมพวัน ไม่ไกลจะเห็นวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี หรือชื่อเดิมคือ วิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี ด้านข้างของวิทยาลัยฯ จะเห็นศาลพระพรหม ขนาดใหญ่ มองเห็นเด่นชัดเป็นที่น่าตื่นตาสำหรับผู้ที่ผ่านไปมา หากใครได้ผ่านไปทางนั้น ต้องได้เห็นกันทุกคน เป็นศาลพระพรหมที่หลวงพ่อจรัลฯ เจ้าอาวาสวัดอัมพวัน ท่านสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมา ได้แวะมากราบไหว้บูชากัน พวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้น เลยบอกสามีว่า ขอแวะเข้าไปกราบไหว้ เพื่อเป็นศิริมงคลกับตัวเราซักครั้ง สามีก็ตกลงพาเข้าไปกราบไหว้กัน
ศาลาที่นมัสการหลวงพ่อจรัล และประวัติความเป็นมาของอำเภอพรหมบุรี
รูปภาพหลวงพ่อจรัล ขนาดใหญ่ ตั้งไว้เพื่อกราบไหว้นมัสการกัน
เป็นศาลพระพรหมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยเลยทีเดียว

กราบไหว้กันแล้วก็หน้าตาสดใสกันถ้วนหน้า จากนั้นก็เดินทางต่อไปชัยนาทกัน
ภาพโดย แม่เจเจ
March 28, 2009
เที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร - Kampangpeth Historical Park
เที่ยวบ่อน้ำพุร้อน พระร่วง จังหวัดกำแพงเพชร

ออกจากเชียงใหม่ เดินทางกลับลงมาทางลำปาง สุโขทัย สามีวางแผนว่าจะแวะค้างคืนกันที่กำแพงเพชร 1 คืน แล้วค่อนเดินทางกลับกรุงเทพในวันรุ่งขึ้น จริงๆแล้วอยากค้าง 2 คืน แต่ลูกๆ บอกเบื่อแล้ว อยากกลับบ้านเร็วๆ จริงแล้วที่เจ้าสองคนนี่เบื่อเป็นเพราะว่าเวลามาเที่ยวแบบนี้ ไม่มีอินเตอร์เนทเล่น เลยเกิดอาการเบื่อง่าย นี่แหละปัญหาลูกวัยรุ่นที่ชอบคอมพิวเตอรมากกว่าสิ่งใด
ก่อนออกมาจากบ้านพี่สาว เธอแนะนำว่าให้แวะเที่ยวบ่อน้ำพุร้อน พระร่วง ก่อนจะถึงตัวจังหวัดกำแพงเพชร เลยแวะดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง พอไปถึง ก็เห็นว่า สถานที่กว้างขวางสะอาด และร่มรื่น แต่วันที่เราไปถึง ร้อนตับแลบ เดินไม่ได้นาน เพราะทนความร้อนไม่ไหว
December 06, 2008
เที่ยวเชียงใหม่ - ลำพูน
ตอนสายหน่อย พี่สาวชวนไปเดินดูของที่ตลาดนัดใกล้บ้าน จากนั้นก็ไปทานข้าวกลางวันกันที่ลำพูน กลับเข้าบ้านตอนบ่ายก็นั่งๆนอนๆเล่นอยู่ในบ้าน เป็นวันหยุดที่หยุดจริงๆ หยุดออกไปที่ไหนๆ เพราะรถติด ฮ่าๆๆๆ
วันนี้เลยไม่มีรูปเที่ยว แต่มีรูปอาหารมาฝากกันแล้วกัน เป้นร้านอาหารที่จังหวัดลำพูน พี่สาวพาไปทาน ชื่อ "ร้านคำฝ้าย" เป็นร้านอยู่ติดถนน ก่อนถึงวัด (วัดอะไรจำไม่ได้อีกแล้ว ขอโทษด้วยค่ะ รู้แต่ว่า ด้านหน้าฝั่งตรงข้ามของร้านเป็นแม่น้ำ) เป็นร้านที่จัดเหมือนบ้านพักอาศัยของคนสมัยโบราณ เป็นเรือนสองชั้น ชั้นล่างเป็นห้องโล่ง จัดโต๊ะสำหรับรับประทานอาหารไม่มาก ชั้นบน เป็นห้องโถงโล่งๆ หน้าต่างทำเป็นบานใหญ่ๆ เปิดแบบลับลมได้สบาย ส่วนผนังบ้าน เป็นฝาไม้ที่เลื่อมล้ำกัน เป้นช่องลอดเล็กเพื่อระบายลม ถ้าเป็นบ้านสำหรับอยู่อาศัยจริงๆ คงเย็นสบายน่าดู แถมใกล้แม่น้ำอีกด้วย
พวกเราขึ้นไปนั่งกันชั้นสอง มองลงมาฝั่งตรงข้าม อยากมีบ้านแบบนี้จังเลย คงเย็นสบายดีเนอะ
โต๊ะเก้าอี้ นั่งติดหน้าต่าง เห็นหน้าต่างแบบนี้ นึกถึงบ้านของเราเองตอนสมัยเด็ก หน้าต่างที่บ้านจะเป็นเหล็กเส้นแบบนี้เหมือนกัน เห็นแล้วคิดถึงบ้านหลังเก่าจัง
เดินขึ้นมาชั้นบน ถ้าเป็นบ้านที่พักอาศัย ตรงนี้ก็จะต้องเรียกว่า ห้องรับแขก นั่นเอง เป็นห้องโถงกว้างขวางดี แล้วจะมีมุมที่เค้าสร้างเป็นห้อง เหมือนห้องนอน แต่ปิดไม่ได้เปิดให้เข้าไปชมได้
โต๊ะชุดนี้ ตั้งอยู่กลางห้อง แต่เราเลือกที่นั่งติดหน้าต่างบานใหญ่นั่นได้บรรยากาศมากกว่า
ชมบ้านจนเพลินตา เพลินใจแล้ว ก็หิวแล้วหล่ะซี สั่งอาหารกันเลยแล้วกันจ้ะ กลับมาที่โต๊ะ พี่สาวจัดการสั่งอาหารมาเรียบร้อยแล้ว โดยจานแรกก็เป็นนี่เลย "ส้มตำไทย" รสไม่จัด เห็นว่าลูกสาวอยากทาน แต่พอเจอยำมะม่วง เปลี่ยนใจไม่ทานส้มตำเลย เพราะยำมะม่วงอร่อยกว่าซะอีก ฮ่าๆๆๆ
แกงจืดเต้าหู้สาหร่าย อาหารจืดสำหรับเด็กๆ มาเป็นหม้อดินเลยน่ะเนี้ย ....
ไก่ทอดน้ำปลา จานนี้อร่อย ไก่ทอดเค้าทอดได้กร๊อบบบบกรอบค่ะ ... ชอบตรงที่เค้าทอดได้แห้งและไม่มีน้ำมันเลย
ปลาสำลีแดดเดียว แล่มาเป้นชิ้นๆ ทานง่ายดีจัง เด็กๆชอบกันมาก มาคู่กันกับยำมะม่วง
จานนี้งัยหล่ะค่ะ "ยำมะม่วง" อร่อยแซ่บใช้ได้เลยค่ะ สั่งกันมาเท่านี้ ทานกัน 5 คน ค่าอาหารไม่ถึง 500 บาท โอ้โห้..ทำไมมันถึงได้ถูกแบบนี้ แถมอร่อยอีกด้วย ร้านนี้อาหารอร่อยใช้ได้ก็จริง แต่รอนานมากกกกก ตอนเราไปทานกัน ไม่มีลูกค้าเลย เพราะเลยเที่ยงไปแล้ว อาหารกว่าจะมาแต่ละอย่างได้ เล่นเอาเราเกือบโมโหหิวกันทั้งหมดเลย









